วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Objectified



หนังเรื่องนี้เป็นหนังยาว(แอนคิดว่าน่าจะเป็นเชิงสารคดี)
หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของ ฮุสต์วิต ซึ่งเป็นคนเดียวกับผู้สร้าง
หนังเรื่อง Helvetica หนังยาวทั้งสองเรื่องนี้เป็นหนังที่เกี่ยว
กับนักออกแบบ ในหนังเรื่อง Helvetica นั้น จะเป็นเรื่องที่
เกี่ยวกับนักออกแบบตัวอักษร แต่ในเรื่อง Objectified นั้น
จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนักออกแบบผลิตภัณฑ์เสียส่วนใหญ่

นักออกแบบผลิตภัณฑ์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ออกแบบ
แค่รูปลักษณ์ภายนอกของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่รวมไปถึงการ
ที่นักออกแบบคนนั้นมีความคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆอย่างไร
ต้องการแก้อย่างไร ทำอย่างไรจึงจะสะดวกในการใช้สอยมาก
ที่สุด และทำอย่างไรจึงจะมีความสวยงามดึงดูดผู้คนให้สนใจ
เนื้อเรื่องในหนังเรื่องนี้มีการยกตัวอย่างที่ปอกเปลือกผลไม้
ดีไซน์เนอร์มีการคิดถึงวิธีการจับ ยางที่ใช้จับ จับอย่างไรจึง
จะสะดวกต่อการใช้สอยมากที่สุด มีการนำตัวอย่างงานมาเป็น
ร้อยอันเพื่อทดสอบว่าอันไหนจับแล้วสะดวกที่สุด แล้วก็นำไป
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สุดท้ายจึงออกแบบเพื่อความ
สวยงามและทดสอบว่าใช้ได้จริงหรือไม่

หนังเรื่องนี้มีการใช้เทคนิคการสัมภาษณ์นักออกแบบให้
พูดกับกล้อง สลับกับการถ่ายไปที่วัตถุต่างๆที่ตัวดีไซน์เนอร์
กำลังพูดถึง หรือสิ่งต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่
ดีไซน์เนอร์กำลังพูดอยู่

ในหนังเเรื่องนี้นั้นมีการถ่ายทำให้ดูอีกด้วยว่าดีไซน์เนอร์
มีวิธีคิดงานอย่างไร กระบวนการการทำงานของดีไซน์เนอร์
เป็นเช่นไร และมีการชวนให้คิดอีกว่าประสิธิภาพและความเรียบ
ง่าย คือแรงขับดันของดีไซน์เนอร์จริงๆหรือไม่


Objectifiedมีการสัมภาษณ์ถึงดีไซน์เนอร์หลายต่อ
หลายคน มีการถามถึงหลักการออกแบบของดีไซน์เนอร์
ผู้นั้น และยังมีการเชื่อมโยงไปถึงสิ่งที่ดีไซน์เนอร์คนนั้น
ชื่นชอบ หรือยกให้เป็น the best of design ยกตัวอย่าง
เช่น Apple หรือ Muji เป็นต้น

หนังเรื่องนี้มีการผู้เรื่องราวมากมาย เช่น เมื่อสัมภาษณ์
ดีไซน์เนอร์A ดีไซน์เนอร์Aได้พูดถึงการออกแบบเพื่อความ
เหมาะมือคือเรื่องสำคัญ ก็จะมีการเชื่อมต่อไปยังดีไซน์เนอร์
B ซึ่งมีทักษะและเป็นมืออาชีพทางด้านการออกแบบเหล่านั้น

และที่สำคัญ ในช่วงแรกของหนังเรื่องนี้มีการกล่าวถึงดีไซน์เนอร์หลายต่อหลายคน ชื่นชมกันมากมายในด้านการออกแบบ และแนวคิด แต่ช่วงหลังของหนังเรื่องนี้นั้นกลับกล่าวในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ในช่วงท้ายของหนังเรื่องนี้ ได้กล่าวถึงอาชีพดีไซน์เนอร์อย่างเราๆว่าเป็นผู้เพิ่มปริมาณขยะ ซึ่งก็เป็นข้อคิดให้แก่ผู้ที่ดูได้ แอนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นำเสนออาชีพ1อาชีพในสองด้านไม่ใช่นำมาเสนอเพียงด้านดีด้านเดียว การทำแบบนี้แอนคิดว่าอาจทำให้เหล่าดีไซน์เนอร์ลองย้อนมองดูตัวเอง และถามตัวเองว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นคือการเพิ่มปริมาณขยะให้แก่โลกหรือไม่ ถ้าใช่คุณคิดจะทำอย่างไรเพื่อลดปริมาณขยะ หรือคุณก็จะยังเป็นแบบเดิม ในขณะที่โลกของเรากำลังรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อนอยู่ทุกวัน?

เทศกาลปล่อยแสง 100: ร้อยต้นคิด 100 ผลผลิตสร้างสรรค์


บทวิจารณ์โดย : ไพโรจน์ ธีระประภา


“คำว่า ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แวดวงศิลปกรรม ฟากวิจิตรศิลป์เพียงฝ่ายเดียว เพราะงานประเภทกราฟิกดีไซน์ ก็สามารถสร้างสรรค์ให้สะท้อนปรัชญาข้างต้นได้ ขอให้ใช้ความคิดมากขึ้น รอบคอบขึ้น กราฟิกดีไซน์ ก็จะเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่าได้เช่นกัน แม้เราตายไปแต่ผลงานเรายังอยู่ จะเป็นงานในรูปแบบใด คำตอบขึ้นอยู่กับตัวท่านแล้ว”


แอนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกนะคะ ตอนที่แอนอ่านข้อความนี้แอนถามตัวเองว่า ข้อความกำลังสื่อสารกับใคร?และเมื่อมาลองนึกดีๆ คนที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อสารคงจะเป็นสองกลุ่ม 1 คือนักออกแบบกราฟิก และ 2 ในประโยคที่ว่า“คำตอบขึ้นอยู่กับตัวท่านแล้ว” แอนคิดว่าในที่นี้น่าจะสื่อสารถึงประชาชนทุกคน เพราะเนื่องจากถ้าหากเราออกแบบงานสักชิ้นหนึ่งแล้วถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ตายไปก็ตามที ผู้ที่จะสื่อสารกับงานของเราก็จะเป็นผู้ที่มาดูงานของเรา ไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป แอนคิดว่าเราไม่สามารถยัดเยียดความรู้สึกในการมองภาพให้ผู้อื่นได้ถ้าหากเราได้นำผลงานของเราออกสู่สายตาประชาชนแล้ว เราทำได้เพียงออกแบบ และสื่อสารให้ตรงจุดที่เราต้องการจะสื่อสารมากที่สุด(ในที่นี้คือการใช้ความคิดที่มากขึ้น รอบคอบขึ้น)ก่อนจะนำผลงานออกเผยแผ่สู่สายตาประชาชน

ปฏิทิน Thinking Calendar
by : Propaganda



บนปฏิทินมีประโยคว่า the end of month not theend of work tomorrow is waiting for you แอนคิดว่าคงไม่ผิดที่แอนจะตลกกับประโยคนี้ เพราะแอนว่ามันเป็นประโยคที่ตรงใจคนทุกคนค่ะ ทำให้รู้สึกชอบไอเดียในการทำปฏิทินที่แหกกฎการกำหนดวันมากๆเลย






Concept : รักษ์โลก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ความหมายเดิมฉลากเขียวเป็นเครื่องหมายที่สื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษย์ ( รูปหน้าเด็กกำลังยิ้ม ) สัตว์ ( รูปนก )สิ่งแวดล้อม ( รูปต้นไม้ ) และโลก การช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในวันนี้เท่ากับช่วยให้เราอยู่ด้วยกันในโลกอย่างมีความสุขตลอดไป


Concept ที่แอนเลือกใช้ก็จะคงเดิมค่ะ เพราะโจทย์ที่ได้รับมาคือให้ทำความเข้าใจกับความเป็นฉลากเขียวแบบเดิมก่อนแล้วจึงนำมา re-design ใหม่ การ re-design ที่แอนเข้าใจ คือ “การปรับ” ไม่ใช่ “การเปลี่ยน” เพราะฉะนั้นโลโก้ใหม่ที่ออกมาจะออกมาในลักษณะ ลดทอนจากของเดิมมากกว่าค่ะ

จากภาพ ฉลากเขียวที่แอนได้ออกแบบมาก็จะมี นก ใบไม้ และโลก ซึ่งในที่นี้แอนได้ตัดหน้าเด็กยิ้มออกไป เพราะแอนคิดว่าทั้งสัตว์ ทั้งธรรมชาติ และทั้งโลก ทุกอย่างแทบจะขึ้นอยู่กับมนุษย์(สิ่งที่มีในฉลากเขียว) และ ณ ขณะนี้ โลกของเรากำลังเน้นไปในเรื่องการอนุรักษณ์โลก ซึ่งแค่มีสีเขียว หรือรูปโลก ทุกคนจะสามารถรู้ได้ว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรตระหนักถึงค่ะ

แอนได้นำใบไม้มาผสมกับนก จะสังเกตได้ว่าตัวนกนั้นเหมือนมีสองสี ซึ่งแอนให้ความหมายว่าการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสัตว์และธรรมชาติ และเมื่อเรารักษาได้ทั้งสัตว์และธรรมชาติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็เหมืือนเราได้รักษาโลกของเราให้น่าอยู่มากขึ้นค่ะ และสุดท้าย ที่เลือกใช้ฟอนท์ที่ไม่ดูเป็นทางการจนเกินไปเพราะต้องการที่จะสื่อถึงความเป็นมิตรกับธรรมชาติของโลโก้ฉลากเขียวกับผู้ดูโลโก้ค่ะ

Home เปิดหน้าต่างโลก




กำกับ : ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์

ตลอด 200,000 ปี บนโลก มนุษยชาติพลิกผันดุลยภาพของดาวดวงนี้ซึ่งกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก็ต้องอาศัยวิวัฒนาการ
เกือบ 4 พันล้านปี ทุกวันนี้คือเวลาแห่งการชดใช้อย่างสาสม และสายเกินกว่าจะคร่ำครวญ มนุษยชาติเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 ปี
เพื่อกลับตัวกลับใจเพื่อตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ของโลกที่สูญสิ้นไปทุกหย่อมหญ้า และเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการ
ผลาญทรัพยากร



นอกจากจะได้เห็นฟุตเทจแปลกตาซึ่งรวบรวมมาจากเหนือพื้นดินของกว่า 50 ประเทศ รวมถึงได้ร่วม

ญานน์ อาร์ทูส์-แบร์ทรองด์ ยังหวังว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูบ้านหลังใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง

- 20% ของประชากรโลกถลุงทรัพยากรของดาวดวงนี้ไปถึง 80% จากรายงานฉบับที่ 4 ของโครงการ GEO ในแผนงานสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (UNEP) ปี 2007
- ทั้งโลกใช้จ่ายด้านยุทโธปกรณ์มากกว่านำเงินไปช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาถึง 12 เท่า จากหนังสือประจำปี 2008 ของสถาบัน
Stolkholm International Peace Research Institute และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปี 2008
- 5 พันคนต่อวันเสียชีวิตเพราะน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และ 1 พันล้านคนไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่ม จากแผนงานสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (UNDP) ปี 2006
- 1 พันล้านคนกำลังหิวโหย จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2008
- กว่า 50% ของเมล็ดธัญพืชที่ซื้อขายกันทั่วโลก ใช้เป็นอาหารสัตว์ และผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ จากสถาบัน Worldwatch Institute ปี 2007และ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2008
- พื้นที่กสิกรรมเสื่อมสภาพไปถึง 40% จากแผนงานสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (UNEP) / หน่วยงาน ISRIC World Soil Information
- ทุกๆ ปี พื้นที่ป่าสูญหายไป 13 ล้านเฮกตาร์ จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ปี 2005
- 1 ใน 4 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, 1 ใน 8 ของนก และ 1 ใน 3 ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำใกล้จะสูญพันธุ์ สัตว์หลายๆ สปีชี่ตายเร็วกว่าอายุขัยตามธรรมชาติถึง 1 พันเท่า จาก สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ปี 2008 และการประชุมพฤกษศาสตร์นานาชาติครั้งที่ 16 ในเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา ปี 1999
- ผลิตผลทางการประมงลดน้อยลง สูญสิ้น หรือเสี่ยงต่อการสูญสิ้นถึง 75% ข้อมูลจากสหประชาชาติ
- ตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติ อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานับว่าสูงที่สุด ข้อมูลจากสถาบัน NASA GISS
- แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกบางลงถึง 40% ในระยะเวลา 40 ปี จากศูนย์ข้อมูลน้ำแข็งและหิมะแห่งชาติ (NSIDC) ปี 2004
- ก่อนถึงปี 2050 คาดว่าจะมีผู้ลี้ภัยจากสภาพอากาศอันเลวร้าย 200 ล้านคน จากบทวิเคราะห์ The Stern Review: the Economic of Climate Change ฉบับที่ 2 บทที่ 3 หน้า 77

Eco Design




Air-Tree เป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยกำจัดอากาศ / ก๊าซเรือนกระจกได้ เป็นผลงานการออกแบบของ Seung Jun Jeong สิ่งนี้สามารถทำให้อากาศบริสุทธิ์ได้ แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่สาธารณะก็ตามที
ณ ขณะนี้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้นทุกวัน จนปัจจุบันโลกของเราสะสมก๊าซพิษต่างๆไว้มากมายในทุกแห่งหน ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซพิษจากการเผาไหม้ ก๊าซพิษจากโรงงาน ก๊าซพิษจากรถยนต์ หรือรวมไปถึงก๊าซเรือนกระจกต่างๆด้วย Jeong จึงได้ออกแบบเก้าอี้ตัวนี้มาเพื่อวางในพื้นที่สาธารณะ เพื่อมอบอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ประชาชนทั่วไปทุกคน


ด้านในของ Air-tree มีพัดลมดูดอากาศสามารถดูดอากาศเสียรอบๆตัวเก้าอี้ เพื่อนำอากาศที่เสียเข้าไปผ่านตัวกรอง ระบบ HEPA และจะทำการปล่อยอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองแล้วออกมาด้านบนรอบๆตัวเก้าอี้

ด้านบนของเก้าอี้ Air-tree ยังมีระบบแสงไฟ LED เพื่อสามารถให้สามารถใช้ได้ในเวลากลางคืนได้อีกด้วย




Steve Haslip กล่าวว่า คอนเสปการทำงานของผมเป็นคอนเสปง่ายๆครับ มันเกิดจากการที่ผมไปสั่งเสื้อยืดออนไลน์ แต่พอเสื้อยืดส่งมาถึงมือผมเสื้อมันจะต้องยับยู่ยี่ทุกครั้ง แถมผมยังต้องวิ่งหาไม้แขวนเสื้ออันใหม่อีก
ดังนั้นผมจึงออกแบบทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ส่งสินค้าครับ เพราะเมื่อคุณส่งของไปให้กับลูกค้าของคุณแล้ว เสื้อผ้าของคุณก็จะไม่ยับ ลูกค้าของคุณก็ไม่ต้องไปหาไม้แขวนเสื้อใหม่ๆอีกแถมคุณยังไม่ต้องเสียเงินมากมายเลยด้วย เพราะในขณะที่คุณเปิดแพกเกจออกคุณก็สามารถสร้างไม้แขวนเสื้อเองได้



แพกเกจอาจนำมาจากวัสดุเหลือใช้ต่างๆหรือวัสดุรีไซเคิลก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษแข็ง กระดาษการ์ด หรือพลาสติกเหลือใช้ต่างๆ และแพกเกจที่ผมได้ออกแบบสิ่งที่จะเป็นขยะจะมีเพียงอย่างเดียวคือ แถบสีเขียวที่คุณต้องดึงทิ้ง

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

Information Graphic Design [Noodle]


How To...


งานชิ้นนี้เป็นงานวิชา Information Graphic Designค่ะ ได้บทความเกี่ยวกับวิธีการต้มบะหมี่อย่างถูกวิธีมาค่ะ อาจารย์ได้ให้โจทย์มาว่า ให้นำบทความที่ได้ไปสร้าง Information ให้ง่ายต่อความเข้าใจและมีความน่าสนใจมากกว่าอ่านบทความธรรมดาค่ะ


แอนได้ทำวิธีการทำออกมาในลักษณะของหนังสือการ์ตูน แม้ว่าจะเป็นภาพขาวดำแต่แอนก็มีการนำคาแรคเตอร์(ตัวเอง)มาใช้ ท่าทาง(ที่ดูโอเวอร์นิดๆ) +การจัดวางเรื่องราวและคำพูดให้มีความน่าสนใจมากขึ้นค่ะ

ผลที่ออกมา แม้ว่าจะเป็นงานที่ดูเรียบง่าย ไม่ใช่งาน3D หรือสามารถเล่นกับชิ้นงานได้ แต่ตอนที่เห็นเพื่อนๆหยิบไปอ่านแล้วเพื่อนทำท่าทางสนุก หรือบางคนมาบอกว่าวาดสนุกดี อ่านแล้วไม่เบื่อ แอนคิดว่างานชิ้นนี้เป็นผลงานที่น่าพอใจแล้วค่ะ เพราะที่จริงแอนคิดว่างานชิ้นนี้เป็นสไตล์ของแอนค่อนข้างมากเลยด้วยค่ะ :D

Information Graphic Design [Freedom]


D DAY


โจทย์ที่ได้รับมาคือ Freedom ให้เรานำคำว่า Freedom ไปตีความต่างๆตามความเข้าใจของเราเองแล้วนำไปทำ Information Graphic Design ตัวอย่างเช่น วันเลิกทาส การประท้วงซึ่งสันติภาพ ผู้นำทางด้านเสรีภาพ เป็นต้น



เรื่องราวที่แอนเลือกมาคือวัน D Day หรือก็คือวันยกพลขึ้นบก ปลดปล่อยกรุงปารีส
แอนได้ลองตีความคำว่าอิสระให้มากที่สุด เพื่อหาสัญลักษณ์บางอย่างที่ง่ายต่อความเข้าใจและสามารถนำมาเล่าเรื่องราวให้งานมีความน่าสนใจมาขึ้น ซึ่งสิ่งที่แอนได้เลือกมาก็คือ นกพิราบ และ กรงขัง
- นกพิราบ ความหมายสากลของนกพิราบที่คนส่วนมากมักนิยมนำมาใช้คือความอิสระ ความบรรสุทธิ์(นกสีขาว)
- กรงขัง มีความหมายว่ากักขัง หน่วงเหนี่ยว ไร้ซึ่งอิสระ
แอนได้นำความหมายของสิ่งสองสิ่งซึ่งมีความขัดแย้งกันมารวมในงานชิ้นนี้ สร้างเรื่องราวให้กับชิ้นงาน และงานชิ้นนี้สามารถเล่นกับแสง-เงาได้ด้วยค่ะ

mood&tone : สีที่สื่อถึงความรุนแรง เรื่องราวของการปลดปล่อย

งานชิ้นนี้เป็นงานที่มีในหนังสือ The Packaging and Design TEMPLATES Sourcebook อยู่แล้วค่ะ เป็นการตัดกระดาษสองส่วนให้เป็นภาพเงาของนก แอนได้นำวิธีการตัดกระดาษสองส่วนให้เป็นรูปนกมาเป็นตัวอย่างในการทำงาน แล้วเพิ่มเติมเรื่องราวของการปลดปล่อยเข้าไปในมุมต่างๆให้มีความสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้หามาค่ะ

และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้ในงานนี้คือเรื่องของข้อมูลที่ต้องถูกต้อง เรื่องรองลงมาคือต้องทำให้ดูรู้เรื่อง มีความสวยงามน่าสนใจ และไม่น่าเบื่อค่ะ

ในงานนี้แอนได้ย่อเหตุการณ์ D Day ลงให้เหลือเพียง 8 เหตุการณ์สำคัญ แล้วนำมาเชื่อมความสำคัญกับSymbolรูปนกที่ถูกปลดปล่อยค่ะ อย่างเช่นวันที่เยอรมันยึดโปแลนด์ จะเป็นภาพนกถูกขังอย่างแน่นหนา, เยอรมันเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสงคราม แอนตีความหมายว่าผู้ที่ถูกกักขังอยู่ในกรงกำลังมีความหวังเตรียมพร้อมที่จะออกสู่อิสรภาพ ก็ได้นำภาพนกเตรียมที่จะบินมาเชื่อความสัมพันธ์และเล่าเรื่องให้น่าสนใจเป็นต้นค่ะ

Design Hero



เนื่องจาก สันติ ลอรัชวี หรือ อ.ติ๊ก เป็นอาจารย์ที่สอนแอนมาสองเทอมแล้ว แอนคิดว่าไม่แปลกนักที่ อ.ติ๊กจะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตนักออกแบบของแอน จากที่ได้เรียนและได้ไปดูผลงานของ อ.ติ๊ก มาหลายครั้งก็รู้สึกประทับใจในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวคิด วิธีคิด วิธีการทำงาน วิธีการหาข้อมูล หรือแรงบันดาลใจ ฯลฯ สิ่งที่มีอิทธิพลในการทำงานของแอนมากที่สุดแอนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของวิธีคิดงาน เพราะจากในสมัยแอนเริ่มเรียนแรกๆ แอนจะมองงานในมุมเดียวเท่านั้นไม่พยายามที่จะคิดและเอาตัวเข้าไปสนุกหรือเรียนรู้กับงานเท่าที่ควร แต่เมื่อได้เรียนและได้ดูงานของอาจารย์ติ๊ก ก็รู้สึกประทับใจในวิธีคิด วิธีมอง ดู และทำงานของ อ. มากค่ะ และในตอนนี้เวลาแอนคิดงานก็รู้สึกว่าค่อนข้างจะมองในหลายมุม มองให้กว้างขึ้น และเอาตัวเองเข้าไปสนุกกับงานให้มากที่สุดค่ะ


ภาพตัวอย่างงาน Papper Matter เป็นผลงานของ Practical Design Studio ที่แอนชอบมากค่ะ เพราะมีการเล่นกับมิติ มุมมอง การนำตัวเองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน และยังมีการฉายวีดีโอซึ่งแสดงภาพเป็นเงาตามผลงานของภาพอีกด้วย แอนคิดว่าการที่จะสร้างงานแบบนี้ได้ จะต้องผ่านกระบวนการคิดมามากแน่ๆ และยังมีการนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในงานเพื่อนเพิ่มความสนุกให้กับงาน ตนเอง และผู้ที่มาดูอีกด้วย

Beginning of Editorial


Wednesday with Bear Wish

งานนี้เป็นงานของวิชา Editorial Design เป็นงานที่ต้องนำบทความมาตีความแล้วแตกออกเป็นคอนเสป ซึ่ง 1 บทความสามารถตีได้หลายคอนเสปมากค่ะ

บทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับ Creative คนหนึ่งกับเพื่อนของเขาซึ่งเป็นหมี ชื่อ Bear wish
- เนื้อหาสำคัญจะอยู่ในตอนท้ายของบทความซึ่งตัวเอก2ตัวได้คุยกันในสวนสัตว์ของเชียงใหม่ เพื่อนหมีของเขาได้เกริ่นออกมาลอยๆว่าเขาเคยเจอวัยรุ่น
- กลุ่มหนึ่งกำลังขว้างปาก้อนหิน กระป๋องน้ำอัดลมใส่หมีควายในสวนสัตว์ และแน่นอนเขาเข้าไปต่อว่าเด็กกลุ่มนั้น แต่ทว่าโดนเด็กกลุ่มนั้นสวนกลับมาว่า
จะสนใจทำไมสัตว์พวกนี้มันเจ็บไม่เป็นหรอก ใจความสำคัญอยู่ ณ ประโยคนี้เพื่อให้ผู้อ่านได้พิจารณาว่ายังหลงเหลือคนที่มีความคิดแบบนี้อยู่
- แล้วเขายังเล่าเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ตามประเทศต่างๆทั้งที่มีองกรณ์มากมายต่อการการล่าสัตว์หรือทำร้ายสัตว์ สุดท้ายเขาได้ทิ้งคำถามไว้ว่าควรจะมีสวนสัตว์หรือไม่?
- โดยเพื่อนของเขาให้ความเห็นว่ามีก็ดีเราจะได้ศึกษาชีวิตและธรรมชาติของสัตว์ป่า
- และแบร์วิชก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเขาคิดเช่นไรกับสวนสัตว์ สัตว์ป่าควรอยู่ในป่าไม่ใช่หรือ?

Concept กักขังและอิสระ
หากสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่าด้านในของป่า คือกรงขัง ซึ่งอยากจะเปรียบเทียบกับสวนสัตว์ค่ะ

วัตถุประสงค์
- เพื่อให้ผู้ที่ชมผลงานได้ดู สัมผัส เล่น และคิดตามกับผลงานว่าสัตว์ป่าควรจะอยู่ในกรงหรือในป่า
- ต้องการให้ผู้คนได้คิดและตระหนักถึงความเป็นอยู่ ชีวิต และจิตใจของสัตว์ป่าที่ถูกกักขังและทารุณ

จากภาพ ต้องการจะสื่อให้คิดตามว่าหมีควรจะอยู่หรือควรจะไป? ฉากหลังควรจะเป็นกรงขังหรือป่าไม้?

แนวความคิด
- ใช้symbolของหมีเข้ามาเป็นสื่อ ที่เลือกหมีมาใช้เป็นเพราะว่าในบทความคนที่กล่าวถึงการทารุณกรรมสัตว์ก็คือหมีที่ชื่อแบร์วิช และในบทความยังมีการกล่าวถึงหมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่อีกด้วย และsymbolหรือlogoรูปหมีมีการใช้สื่อความถึงความน่ารัก การรณรงค์(WWF) การเรียกร้องความสงสารมามากมายจนเป็นที่รู้จักกันของผู้คนแล้วจึงเลือกใช้symbolของหมีมาทำงานชิ้นนี้
- อยากจะใช้วิธีเจาะกระดาษเข้ามาแทนการปริ๊นสีทั้งแผ่น ต้องการจะใช้สีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอยากจะสื่อถึงความเป็นรรมชาติ
- ถ้าหากว่าการที่ไม่ใช้สีเขียวทำให้ผลงานดูไม่เหมือนว่าหมีได้รับอิสรภาพ จะตัด/เจาะกระดาษให้เป็นsymbolของต้นไม้หรือต้นไผ่เพื่อสื่อถึงธรรมชาติของหมี

Information Graphic Design


The Table of Comparison and Classification of Type of Cars


เป็นงานในชั้นเรียนวิชา information graphic design ของปี 3 เทอม 1 โจทย์ที่ได้รับมาคือเรื่องของรถ มีการให้รถมา 8 คัน ให้เราไปค้นหาข้อมูลเอง และเลือกเอาว่าเราต้องการจะบอกข้อมูลในเรื่องอะไร

ข้อมูลที่ได้เลือกมาคือ : ข้อมูลความเร็ว ราคา ประเภทของรถ(city car, 4 wheels drive ฯลฯ) และประเทศผู้ผลิตของรถยี่ห้อนั้น

concept : car การทำให้มองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่ากำลังพูดเกี่ยวกับเรื่องของรถ

ใช้รูปร่างด้านข้างของรถนั้นๆมาทำการลดทอนให้มีความเป็นกราฟฟิกมากยิ่งขึ้นและทำการแบ่งแยกด้วยสีค่ะ มีการบอกข้อมูลเป็นแบบกราฟ และสัญลักษณ์

Mood & Tone : ใช้สีดำเป็นหลักเพราะจากการที่ค้นหาข้อมูลมีการวิเคราะห์ว่าผู้ที่ชื่นชอบขับรถเร็วโดยมากมักจะชอบสีดำ และสีดำยังสามารถทำให้งานดูหรูหราเหมาะกับการทำกราฟฟิกในเรื่องรถอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Contemporary Work5


Postcard


Happy New Year 2011 สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔


ออกแบบโดยเน้นความโมเดิร์นแฝงความเป็นไทยเล็กๆค่ะ ต้องการให้มีความน่ารักและเรียบง่ายค่ะเลยใช้คู่สีที่ดูแล้วสบายตา และใช้รูปทรงง่ายๆอย่างรูปทรงสี่เหลี่ยมและรูปทรงวงกลมค่ะ แอนคิดว่าความเป็นวงกลมหลายๆวงหลายๆสีสามารถสื่อถึงอะไรได้หลายๆอย่างค่ะ อย่างในงานชิ้นนี้แอนคิดว่ามันสามารถจินตนาการถึงแสงสี, ลูกโป่ง, ลวดลายต่างๆของริบบิ้น ฯลฯ แทบทุกอย่างในงานถึงใช้วงกลมมามีส่วนร่วมค่ะ จะสังเกตได้ว่าภายในตัวอักษรบนพื้นหลังสีน้ำตาลข้มนั้นจะใช้วงกลมทั้งหมดค่ะ

แม้ว่าที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะกล่าวถึงความหมายของวงกลมไปในทิศทางของ 'ความสนุก' ก็ตามที แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อจริงๆคือความน่ารัก สบายๆ และความเรียบร้อยค่ะ ความสนุกต้องการให้เป็นส่วนเล็กๆ(แต่ต้องไม่เล็กมากนะคะ) เพราะว่าสิ่งที่ได้กล่าวมาคือคอนเสปหลักค่ะแอนคิดว่าปีใหม่เราทุกคนควรจะเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ จากไทยๆก็ก้าวเข้าสู่ความเป็นโมเดิร์นทีละนิด และในความคิดแอนความเป็นไทยจะต้องมีระเบียบและกฎเกณฑ์(ในที่นี่นำเอาเรื่องความเรียบร้อย และสีน้ำตาลเข้มเข้ามาสื่อสารค่ะเพราะสีน้ำตาลเข้มแอนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของความหัวโบราณ การยึดติดระเบียบแบบแผน และความรักธรรมชาติค่ะ) และอีกอย่างหนึ่งคือแอนคิดว่าคนไทยทุกคนมีความน่ารักในตัวมีความอ่อนโยน และโอนอ่อนด้วยค่ะ(ในที่นี้จึงได้นำคอนเสปเรื่องความน่ารักและได้เลือกคู่สีที่ทำให้ดูน่ารัก โอนอ่อน สบายๆ เข้ามาสื่อสารค่ะ)

ส่วนพื้นที่สีขาวนั้นต้องการออกแบบให้ดููสะอาดและสบายตาด้วยคู่สีที่ค่อนข้างพาสเทลค่ะ ลวดลายข้างหลังคำว่า HAPPY นั้นเป็นลวดลายไทยและได้ผ่านขั้นตอนการตัดทอนมาแล้วค่ะ เพื่อเพิ่มความโมเดิร์นเข้าไปในงานชิ้นนี้ให้มากขึ้นและแน่นอนว่าที่เน้นคำว่า HAPPY ด้วยสีน้ำตาลเข้มก็เพราะว่าต้องการจะสื่อว่า HAPPY แบบไทยๆและควรจะรักษากฎเกณฑ์ด้วยนะคะ ^v^~

Contemporary work 4


SHOW ME THAI

SHOW ME THAI by สันติ ลอรัชวี (Practical Studio)
Contemporary art exhibition.
On the 120th anniversary of Japan-Thailand
diplomatic relations at MOT, Tokyo, Japan


เป็นผลงานของ อ.สันติ ลอรัชวี ซึ่งภาพๆนี้เป็นภาพโปสเตอร์เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น จากภาพเราจะสามารถเห็นสีของธงชาติไทยเป็นอย่างแรก และเมื่อเราลองมองพิจารณาดูเราจะสามารถเห็นได้ว่ามันคือ form ของธงชาติญี่ปุ่นค่ะ และลวดลายข้างหลังคาดว่าน่าจะเป็นลายผ้าไทยค่ะ
เรื่องสีของธงชาติไทย แอนคิดว่าน่าจะมีการปรับให้เป็นสีพาสเทลนิดๆ เพราะประเทศญี่ปุ่นจะโดดเด่นในด้านศิิลปะการออกแบบต่างๆ รวมไปถึงทางด้านการ์ตูนด้วย และในการ์ตูนของญี่ปุ่นนั้น ส่วนมากมักจะเลือกใช้สีพาสเทลค่ะ ซึ่งสีเหล่านี้แอนคิดว่าแทบจะเป็นเอกลักษณ์ของการ์ตูนญี่ปุ่นไปแล้วค่ะ


ฟอนท์ที่ได้เลือกใช้ แอนคิดว่าน่าจะเป็นโลโก้ไทป์ค่ะ เพราะถ้าหากสังเกตดีๆ ที่ตัว “h” จะมีความคล้ายกับ “ไ” ของไทย และ ตัวอักษรมีความโค้งมนและยังคล้ายว่าจะเป็นฟอนท์ภาษาอังกฤษที่มีหัวด้วยค่ะ

มีกิมมิคเล็กๆเป็นรูปรถตุ๊กๆซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยด้วยนะคะ เป็นภาพที่เชื่อความสัมพันธ์ของประเทศไทย และญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Contemporary work 3


BDF (Bangkok Design Festival)

BDF เป็น Event หลักของการประชุมด้านเศรษฐกิจ
และความคิดสร้างสรรค์ระดับนานาชาติช่วงปลายเดือน
พฤศจิกายน ซึ่งภายในงานนี้สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

Love & Friendship
เป็นการร่วมมือกันออกแบบระหว่าง Designer ชาวไทยและชาวต่างประเทศ

Next Station Bangkok
ตลาดนัดงานออกแบบ ที่มีทั้ง ผลิตภัณฑ์ โปสเตอร์ สิ่งพิมพ์ แฟชั่น และอื่นๆ

Exhibitions and Showcases
งานนี้เป็นงานโชว์ผลงานของนักศึกษา คล้ายกับการโชว์ Portfolio

My Opinion

ที่ได้ไปดูมาที่หอศิลป์ แอนชอบงานลายเส้นภาพประกอบที่เค้าได้นำมาทำเป็นลาย Wallpaper ที่ชั้น 2 ของหอศิลป์ค่ะ


วิเคราะห์ภาพ จากที่ได้ไปดูภาพนี้ที่หอศิลป์มาแอนชอบภาพนี้มากค่ะ เพราะว่า มีลายเส้นสวยงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญแอนคิดว่าภาพนี้เป็นภาพที่ตรงคอนเสปของงาน Love &Friendship มากๆเลยค่ะ

ภาพๆนี้เป็นภาพที่มีนกสองตัวคาบริบบิ้นมาเกี่ยวกันเป็นตัวอักษรคำว่า “All you need is love” ซึ่งแอนคิดว่าการที่ดีไซน์เนอร์ใช้รูปนกเข้ามามีบทบาทในภาพนี้เพราะว่าต้องการให้แสดงถึงเรื่องสันติภาพ หรืออาจคิดได้อีกอย่างนึงว่าต้องการให้นกแทนตัวตนของดีไซน์เนอร์เอง ซึ่งหากนำเอาความหมายสองความหมายนี้มารวมกันก็จะสามารถวิเคราะห์ภาพนี้ได้ว่าดีไซน์เนอร์สองคนนี้เป็นคนต่างสัญชาติกัน แต่ก็ยังร่วมมือกันสร้างผลงานชิ้นนี้ด้วยความปราณีต คำว่าร่วมมือในที่นี้ยังแสดงถึงเรื่อง มิตรภาพ และความเชื่อใจกันในการสร้างผลงานชิ้นนี้อีกด้วย ทั้งยังคงเอกลักษณ์ของตนเองไว้ในภาพ แอนคิดว่าที่ได้อธิบายไปนั่นคือการตอบโจทย์ที่ตรงกับคอนเสปLove & Friendship มากๆค่ะ

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Contemporary Work2


ทำไม ต้องมีนักออกแบบ ?


ทำไมต้องมีนักออกแบบ? เมื่อได้ยินคำถามนี้สิ่งแรกที่คิดขึ้นมาในหัวก่อนก็คือ นักออกแบบคืออะไร? ก่อนที่เราจะคิดถึงหน้าที่ของอาชีพอาชีพหนึ่งทำไมต้องมีนักออกแบบ? เมื่อได้ยินคำถามนี้สิ่งแรกที่คิดขึ้นมาในหัวก่อนก็คือ นักออกแบบคืออะไร? ก่อนที่เราจะคิดถึงหน้าที่ของอาชีพอาชีพหนึ่ง เราก็ควรที่จะรู้เสียก่อนว่าอาชีพอาชีพนี้ทำงานเกี่ยวกับอะไรและทำไมบนโลกใบนี้จึงจำเป็นต้องมีอาชีพนักออกแบบ ซึ่งพอลองย้อนคิดดู ก็ได้คำตอบออกมาค่อนข้างที่จะหลากหลายมากมายอยู่พอสมควร เพราะเป็นสิ่งที่ได้สะสมมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งซึ่งความคิดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อาจจะเรียกได้ว่าทัศนคติต่างๆ หรือประสบการณ์ต่างๆที่ได้เรียนรู้มาสามารถเปลี่ยนความคิดของเราได้ เราก็ควรที่จะรู้เสียก่อนว่าอาชีพอาชีพนี้ทำงานเกี่ยวกับอะไรและทำไมบนโลกใบนี้จึงจำเป็นต้องมีอาชีพนักออกแบบ ซึ่งพอลองย้อนคิดดูก็ได้คำตอบออกมาค่อนข้างที่จะหลากหลายมากมายอยู่พอสมควร เพราะเป็นสิ่งที่ได้สะสมมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งซึ่งความคิดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆอาจเรียกได้ว่าทัศนคติต่างๆ หรือประสบการณ์ต่างๆที่ได้เรียนรู้มาสามารถเปลี่ยนความคิดของเราได้

เมื่อตอนเริ่มแรก เราคิดว่านักออกแบบคือคนที่สามารถจินตนาการอะไรเก่งๆแล้วสามารถบรรยายออกมาเป็นรูปวาดหรือเทคนิกต่างๆตามที่ตนเองถนัดได้ก็สามารถเป็นนักออกแบบได้แล้ว แต่พอเรียนจบปี1ก็รู้ว่าเพื่อนบางคนวาดรูปไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่สามารถคิดหรือดูงานจากที่อื่นมาสร้างสรรค์งานที่สวยงามได้ สิ่งที่ได้เรียนรู้มาก็คงจะเป็นการช่างสังเกตนั่นคือความคิดของเราตอนที่เรียนจบปี1

พอขึ้นปี2และเรียนจบปี2เทอม1 ก็ได้เรียนรู้ว่ารสนิยมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักออกแบบ แต่พอขึ้นปี2เทอม2ก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิชา Typography อาจารย์ต้องการให้เราสามารถใช้ตัวอักษรสื่ออารมณ์ให้ได้ ซึ่งในตอนที่เรียนอยู่นั้น ตัวเรายังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำเพื่ออะไร แต่พอเรียนจบปี2เทอม2 เราก็ได้รู้ว่าสิ่งที่อาจารย์ต้องการจะสอนก็คือการสื่อสารด้วยVisual Language หรือก็คือภาพต้องการสื่อสารอะไรกับผู้ที่มาเห็นโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องอ่านคำบรรยาย

พอขึ้นปี3เทอม1 ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดระบบทางความคิด การจัดระบบทางการสื่อสาร ทุกอย่างที่เราทำจะต้องมีความหมายจะต้องตรงตามคอนเสป จะต้องมีการบรีฟงาน และแบ่งเวลาการทำงานให้ได้ไม่ว่างานจะมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปี3เทอม1นั้นสามารถตอบคำถามคำถามนี้ได้อย่างง่ายดาย อาจเป็นเพราะว่าปี3เทอม1เป็นเทอมที่หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมาก็ได้ จึงรู้สึกว่าเราเริ่มจะเป็นนักออกแบบและเข้าใจในสายอาชีพนี้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆในแต่ละวัน


เมื่อลองนำประสบการณ์ทั้งหมดมาสรุป เพื่อตอบคำถามว่า “นักออกแบบคืออะไร?” และ “ทำไมต้องมีนักออกแบบ?” ก็สามารถหาคำจำกัดความได้ดังนี้

- นักออกแบบคือ ผู้คิดอย่างมีระบบ
- นักออกแบบคือ ผู้สร้างสรรค์อย่างมีเหตุผล
- นักออกแบบคือ ผู้คิดริเริ่มหรือผู้ที่สามารถต่อยอด
ความคิดของผลงานในอดีตได้อย่างมีระบบ
- นักออกแบบคือ ผู้ที่วางแผนก่อนการสร้างสรรค์งานเพื่อให้เกิดระบบที่ถูกต้องตามคอนเสปที่วางไว้ มิใช่การออกแบบสร้างสรรค์ด้วย อารมณ์ศิลป์เพียงอย่างเดียว

เพราะฉะนั้นสามารถสรุปได้ว่า นักออกแบบที่ดีคือผู้ที่สามารถคิดอย่างมีระบบ สร้างสรรค์อย่างมีเหตุผลมีการวางแผนงานและมีการดูแลระบบความคิดการทำงานที่ดี ผลงานที่ออกมาจะต้องมีการสื่อสารให้ตรงตามคอนเสปที่วางไว้ การนำไปใช้ตามสื่อต่างๆบางครั้งก็อาจต้องมีการวางระบบเพื่อการนำไปใช้ด้วย เช่น งานCorporate Identity, Logo, หรือการออกแบบต่างๆ และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันกับการวางระบบที่ดีคือรสนิยมของนักออกแบบแต่ละคน

และคำถามที่ว่า “ทำไมต้องมีนักออกแบบ?” ก็เพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้เกิดระบบที่ดีขึ้น นักออกแบบอาจเป็นได้ทั้งผู้ที่คิด, ผู้ที่ริเริ่ม, ผู้จัดระบบทางความคิด, ผู้ต่อยอดทางความคิด, ผู้ที่ต้องการสื่อสารโดยผ่านสื่อที่สร้างสรรค์ หรือคำจำกัดความอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอาชีพนี้มีความสำคัญมาก ยกตัวอย่างเช่น ไม่ว่าคุณ จะเดินไปที่ไหน ก็จะเจอแต่ผลงานของนักออกแบบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตามห้างสรรพสินค้า, ตามร้านอาหารต่างๆ, ผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือแม้แต่เวลาขับรถไปตามทาง ป้ายต่างๆก็คือผลงานที่ผ่านการจัดระบบต่างๆมาแล้วจากอาชีพนักออกแบบ ถ้าหากขาดอาชีพนี้ไปในสักวัน หากเราเจอป้ายบอกทาง ก็อาจมีการบอกทางผิดหรืออ่านไม่ออก, ถ้าหากเราไปซื้อของตามห้างเราอาจจะไม่เจอแบรนด์ที่เราต้องการ ระบบแบรนด์ดิ้งคงจะปะปนกันมั่ว หรือบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามที่เราเคยเห็นอาจจะกลายเป็นได้แค่ถุงพลาสติกห่อผลิตภัณฑ์ นี่แหละคือความสำคัญของนักออกแบบซึ่งในความคิดของเรา อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ไม่สามารถขาดได้เลย

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Packaging Design Project1

Re-Product(Aki-ko [Gummy Banana Flavour])


โจทย์ที่ได้รับคือการ Re-product ของผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ขนม ยา ฯลฯ แต่การที่จะRe-productผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีการเน้นคอนเสปของแบรนด์ที่เราเลือกมาทำด้วย และยังต้องประยุกต์คอนเสปของแบรนด์นั้นๆให้มีความเข้ากันกับงานที่เราดีไซน์อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่แอนเลือกมาคือเยลลี่รสกล้วยหอมของAki-ko สิ่งที่อาจารย์ต้องการจะเน้นคือธีม คอนเสปของงานและกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแอนได้เน้นไปที่ลิงและกล้วยหอมแต่ก็ยังไม่ลืมความเป็นญี่ปุ่นของแบรนด์Aki-ko


กลุ่มเป้าหมาย
-กลุ่มเป้าหมายหลัก เพศหญิง (นักเรียนม.ต้น-ม.ปลาย)
-กลุ่มเป้าหมายรอง บุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยว
หรือขนมหวาน

เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กมัธยมต้น-ปลาย แอนจึงดึงความน่ารักของ
ตัวการ์ตูนลิงมาสร้างเป้นมาสคอตประจำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกล้วยหอม แต่ในแพกเกจทุกชนิดที่ได้ทำก็ไม่ได้ลืมมาสคอตAki-ko

ธีมสี
-
ได้เลือกสีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลส้ม และเหลือกล้วยมาเป็นสีหลักในการทำงาน สีน้ำตาลส้มนำมาเล่นกับลิง สีเหลืองเป็นสีของกล้วยหอม ส่วนสีน้ำตาลเข้มเป็นสีหลักของผลิตภัณฑ์ที่ทำ ที่เลือกสีน้ำตาลเข้มมาเป็นแกนหลักเพราะว่า ต้องการให้งานออกมาดูเป็นแนวญี่ปุ่นด้วยการใช้สีและการเล่นกับพื้นที่สีขาวด้วยไม่ใช่แค่การใช้ตัวมาสคอต



กล่องบรรจุภัณฑ์แบบ10ชิ้น


ห่อบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก บรรจุ3ชิ้น


กล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ บรรจุซองขนาดเล็ก20ห่อ



ภาพรวมของงาน




ในการทำงานค่อนข้างที่จะมีปัญหามากเลยทีเดียวค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่จัดระบบไม่ค่อยเป็นไม่ว่าจะด้วยทางความคิดหรือการทำงาน ในตอนแรกๆของการทำงานไม่เกิดปัญหาอะไรมากมายเท่าไหร่เพราะอาจารย์สั่งให้รีเสิจหาReferanceของงานก็ทำได้ในระดับดี แต่พอมาถึงตอนที่ต้องสเกตงานปัญหาก็เริ่มมาค่ะเพราะเป็นคนออกแบบคาแรคเตอร์ไม่ค่อยเป็น เลือกสีไม่ค่อยสวย และยังจัดองค์ประกอบไม่ดีอีกด้วย ^^" เลยเริ่มเกิดปัญหาในการทำงานค่ะ
ปัญหาทางด้านดีไซน์ยังไม่จบ ก็เกิดปัญหาทางด้านธีมและการเล่าเรื่องของงาน โดนอาจารย์สั่งแก้งานทุกอาทิตย์เลยค่ะ ท้อมากๆค่ะ ^^" แต่สุดท้ายก็ทำงานออกมาสำเร็จจนได้ ถึงจะยังรู้สึกตะหงิดว่ามันยังไม่ลงตัว มาสคอต และงานยังไม่สามารถเล่าเรื่องได้ก็ตามที แต่โดยรวมก็พอใจค่ะ เพราะคิดว่าเป็นการฝึกการสร้างงานแพกเกจงานแรกๆ เวลาทำงานจริงๆแทบไม่มีเลย ถือเป็นประสบการณ์ในการทำงานที่ดีและสนุกมากเลยค่ะ ^v^~